สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน นำโดย โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ หรือ TTA ร่วมเปิดพื้นที่การเรียนรู้ริมน้ำ “ท่าเรือพระจอมเกล้า” ภายใต้แนวคิด ‘Innovation Living Lab’ เชื่อมต่องานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม สู่การใช้งานจริงเพื่อพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ผลักดัน “ลาดกระบัง” ให้กลายเป็นย่านนวัตกรรมใหม่เพื่อการเรียนรู้ ผนึกความร่วมมือ TAA นำ EV Taxi Boat เชื่อมระบบราง – ระบบเรือ ฟื้นชุมชน ‘หัวตะเข้’ สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น พร้อมต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และการพัฒนาที่ยั่งยืน ประเดิมเส้นทางเดินเรือครั้งแรกในงาน KMITL Expo 2026 – ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยว่า ด้วยบทบาทการมุ่งพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทุกมิติภายใต้แนวคิด From Lab to Life สจล.จึงมีหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือการแก้โจทย์ และพัฒนาชุมชนโดยรอบสถาบัน เพื่อให้เป็นต้นแบบการเรียนรู้ และทำให้เมืองถูกพัฒนาได้จริง โดยได้เลือกชุมชนต้นแบบเพื่อการพัฒนาคือ ‘ชุมชนหัวตะเข้’ ชุมชนเก่าแก่ที่มีอัตลักษณ์ชัดเจนในด้านการสัญจรทางน้ำเป็นหลัก โจทย์ที่ท้าทายก็คือการรักษาอัตลักษณ์ของชุมชน ควบคู่ไปกับพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยใช้ ‘ท่าเรือพระจอมเกล้า’ เป็นตัวแปรสำคัญเพื่อนำผลงานนวัตกรรมไปแก้โจทย์ชุมชนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

“การเปิดพื้นที่การเรียนรู้ริมน้ำ ‘ท่าเรือพระจอมเกล้า’ ภายใต้แนวคิด Innovation Living Lab เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของคน สจล. ในการนำนวัตมรรมออกมาสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับผู้คนและชุมชนได้จริง โดยพื้นที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดเชื่อมต่อการเดินทางทางน้ำ แต่เป็นพื้นที่ทดลองที่นำองค์ความรู้ด้านงานวิจัย เทคโนโลยี การออกแบบพื้นที่ และแนวคิดการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่จริง เปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา นักวิจัย ชุมชน ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายเข้ามาร่วมเรียนรู้ ทดลอง และพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต เมือง และสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์ของชุมชนหัวตะเข้ พร้อมต่อยอดไปสู่โอกาสด้านการเรียนรู้ การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และการสร้างเศรษฐกิจชุมชนในอนาคต สอดคล้องกับแนวคิดการจัดงาน KMITL EXPO 2026 – ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569 From Lab to Life ที่ดึงผลงานจากห้องวิจัย สู่การสร้างผลกระทบเชิงบวก ซึ่งเป็นสิ่งที่ สจล. มุ่งดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง”

รศ.ดร.คมสัน กล่าวเสริมว่า “ที่ผ่านมา แม้พื้นที่รอบลาดกระบังและชุมชนหัวตะเข้จะมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและการเรียนรู้จากบริบทพื้นที่จริง แต่ข้อจำกัดสำคัญคือการเชื่อมต่อด้านการเดินทาง โดยเฉพาะการเดินทางทางบกที่อาจใช้เวลานาน และไม่เอื้อต่อการเข้าถึงพื้นที่อย่างเต็มศักยภาพ การพัฒนาระบบการเดินทางทางน้ำ จึงเป็นอีกแนวทางที่สำคัญในการเชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ชุมชน และพื้นที่โดยรอบเข้าด้วยกัน ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงพื้นที่ ลดข้อจำกัดด้านการเดินทาง และทำให้อัตลักษณ์ของชุมชนยังคงเติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาเมืองในอนาคต ดังนั้น ท่าเรือพระจอมเกล้าจึงเป็นมากกว่าพื้นที่สัญจร แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบนิเวศใหม่ที่มหาวิทยาลัย เมือง และชุมชนเติบโตไปด้วยกัน สอดคล้องกับแนวคิด KMITL EXPO 2026 : From Lab to Life ที่ต้องการสะท้อนว่านวัตกรรมของ สจล. ไม่ได้หยุดอยู่เพียงในห้องทดลอง แต่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับผู้คนได้จริง”

รศ. ดร.จรสวรรณ โกยวานิช รองอธิการบดีฝ่ายบริหารทรัพย์สินและความยั่งยืน กล่าวว่า หนึ่งในกลไกสำคัญที่ สจล. ใช้ขับเคลื่อนบทบาทมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาพื้นที่ คือ โครงการ “การขับเคลื่อนสามภูมินิเวศแห่งการเรียนรู้ สู่ระบบนิเวศของเมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตบนฐานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมเมือง ระยะที่ 2” ซึ่งได้รับทุนจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) มีเป้าหมายเพื่อยกระดับพื้นที่ลาดกระบังสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Ladkrabang Learning City) ผ่านการเชื่อมโยงองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยเข้ากับทุนทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต และศักยภาพของชุมชน โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ทุกภาคส่วนสามารถเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งการเรียนรู้ทางน้ำ การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ การสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ การพัฒนาหลักสูตรสำหรับคนทุกช่วงวัย และการสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน ภาครัฐ และภาคเอกชน โดยเริ่มจากการศึกษาข้อมูลเชิงพื้นที่และวิเคราะห์ศักยภาพของพื้นที่ลาดกระบัง ทั้งเส้นทางคมนาคมทางน้ำ อัตลักษณ์ของชุมชน และทุนทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ก่อนนำข้อมูลมาร่วมออกแบบแนวทางพัฒนาพื้นที่ผ่านกระบวนการ Co-Create และ Co-Design กับชุมชนและภาคีเครือข่าย พร้อมต่อยอดสู่การทดลองการเดินเรือ (Sandbox) เพื่อพัฒนาเส้นทางการเรียนรู้ทางน้ำ “The Learning Route by Boat” เชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้สำคัญในพื้นที่ และสร้างรูปแบบการเดินทางที่เอื้อต่อการเข้าถึงชุมชนมากขึ้น โดยมีนักศึกษา คณะศิลปศาสตร์ ช่วยเป็นไกด์แนะนำการเดินทาง เป้าหมายสำคัญของโครงการคือการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย เมือง และชุมชนเข้าด้วยกัน โดยนำองค์ความรู้ในพื้นที่มาต่อยอดเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ หลักสูตรสำหรับคนทุกช่วงวัย และโอกาสทางเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และการพัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อให้ชุมชนสามารถรักษาอัตลักษณ์ของตนเอง ควบคู่กับการเติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นต้นแบบของการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ที่ใช้วิจัยและนวัตกรรมเป็นกลไกขับเคลื่อน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วัชรพงษ์ ประสานเกลียว หัวหน้าโครงการพัฒนามาตรฐานไม้ประสานกาวเพื่อใช้ในการก่อสร้างอาคาร กล่าวว่า อีกหนึ่งผลงานวิจัยที่สะท้อนบทบาทการส่งเสริมความยั่งยืนของ สจล. คือ “ศาลาท่าน้ำพระจอมเกล้า” อาคารต้นแบบที่พัฒนาจากเทคโนโลยี Glulam (Glued Laminated Timber) หรือไม้ประสานกาว ภายใต้โครงการพัฒนามาตรฐานไม้ประสานกาวเพื่อใช้ในการก่อสร้างอาคาร โดยการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งมุ่งศึกษาการนำไม้ยางพาราซึ่งเป็นวัสดุเกษตรสำคัญของประเทศไทย มาพัฒนาเป็นวัสดุก่อสร้างที่มีมูลค่าเพิ่ม ผ่านกระบวนการทางวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้ไม้ไทยในงานก่อสร้างอย่างปลอดภัยและยั่งยืน

โดยโครงการดังกล่าวเกิดจากแนวคิดในการพัฒนามาตรฐานและองค์ความรู้เกี่ยวกับไม้ประสานกาวให้สามารถนำไปใช้ในงานก่อสร้างจริง โดยมุ่งศึกษาตั้งแต่กระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ และการทดสอบคุณสมบัติของวัสดุ เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความแข็งแรงและความปลอดภัย ก่อนต่อยอดสู่การออกแบบและก่อสร้าง “ศาลาท่าน้ำพระจอมเกล้า” ซึ่งเป็นอาคารต้นแบบที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของไม้ยางพาราไทยในการพัฒนาเป็นวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ พร้อมทำหน้าที่เป็นพื้นที่เรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวัสดุ การออกแบบ และการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นายรัชตะ ฐิตะยานุรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA เปิดเผยว่า ปัจจุบันการเดินทางทางน้ำกำลังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเมืองยุคใหม่ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดเข้ามายกระดับระบบขนส่งให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บริษัท ทีทีเอ มารีเนอร์ จำกัด หรือ TMC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA จึงพัฒนา “เรือแท็กซี่ไฟฟ้า (EV Taxi Boat)” ซึ่งเป็นนวัตกรรมฝีมือคนไทย ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% และเลือกใช้วัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ ช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิง ลดมลพิษทางน้ำและเสียง พร้อมสร้างประสบการณ์การเดินทางทางน้ำรูปแบบใหม่ที่เงียบ สะอาด ปลอดภัย และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน เรือแท็กซี่ไฟฟ้าดังกล่าวได้รับการออกแบบให้เหมาะกับการเดินทางในพื้นที่เมือง รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 8 คนต่อเที่ยว ให้บริการในรูปแบบแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชัน และมีแนวคิดในการพัฒนาเส้นทางเดินเรือให้เป็นทั้งทางเลือกในการเดินทางและเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำรูปแบบใหม่ เพื่อเชื่อมโยงผู้คนกับพื้นที่ริมน้ำและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน โดยหนึ่งในโอกาสสำคัญคือการนำเรือไฟฟ้ามาทดลองใช้งานร่วมกับ “ท่าเรือพระจอมเกล้า” ภายในงาน KMITL EXPO 2026 เพื่อศึกษาศักยภาพการเชื่อมโยงการเดินทางทางน้ำระหว่าง สจล. กับชุมชนหัวตะเข้ ผ่านเส้นทาง ท่าเรือวัดลาดกระบัง – ท่าเรือพระจอมเกล้า – ชุมชนหัวตะเข้ ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีมาทดลองในพื้นที่จริง เชื่อมโยงการเดินทาง การเรียนรู้ การท่องเที่ยว และวิถีชีวิตชุมชนเข้าด้วยกัน พร้อมต่อยอดสู่โมเดลการเดินทางทางน้ำที่ยั่งยืนในอนาคต

นางอำภา บุณยเกตุ ประธานวิสาหกิจชุมชนคนรักหัวตะเข้ เล่าว่า ความร่วมมือระหว่างชุมชนหัวตะเข้กับ สจล. ถือเป็นการทำงานร่วมกันที่ช่วยเสริมศักยภาพของพื้นที่ โดยเริ่มจากความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง ก่อนต่อยอดสู่การพัฒนาโครงการที่เชื่อมโยงชุมชนในพื้นที่โดยรอบ ผ่านการนำองค์ความรู้ทางวิชาการ เทคโนโลยี และกระบวนการคิดเชิงออกแบบเข้ามาสนับสนุนการพัฒนาชุมชน โดยหัวใจสำคัญคือการทำงานร่วมกันบนพื้นฐานของความเข้าใจและการให้เกียรติซึ่งกันและกัน เปิดโอกาสให้ชุมชนเป็นผู้ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ และเลือกแนวทางการพัฒนาที่สอดคล้องกับบริบทและอัตลักษณ์ของพื้นที่

“สิ่งที่ชุมชนได้รับจากความร่วมมือกับ สจล. ไม่ได้เป็นเพียงการสนับสนุนด้านข้อมูลหรือองค์ความรู้ แต่ยังช่วยสร้างเครือข่ายใหม่ ๆ ระหว่างชุมชน นักศึกษา นักวิจัย และหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้ชุมชนกลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกัน ทั้งยังช่วยให้ชุมชนมีความมั่นใจในการวางแผนพัฒนาพื้นที่ในระยะยาว โดยในอนาคตชุมชนคาดหวังให้ความร่วมมือนี้เดินหน้าต่อเนื่อง ผ่านการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาชุมชนระยะ 5 ปี ครอบคลุมทั้งด้านกายภาพ วัฒนธรรม และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้การพัฒนาเกิดขึ้นอย่างสมดุล สามารถรักษาเสน่ห์และอัตลักษณ์ของหัวตะเข้ ควบคู่กับการสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน”

สำหรับพิธีเปิดพื้นที่การเรียนรู้ริมน้ำ “ท่าเรือพระจอมเกล้า” จัดขึ้นภายในงาน KMITL EXPO 2026 โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และนายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมเป็นประธานเปิดงาน โดยมีหน่วยงานพันธมิตรจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และชุมชน อาทิ สำนักงานเขตลาดกระบัง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA บริษัท ไทย สมายล์ บัส จํากัด ธนาคารกรุงไทย บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เข้าร่วมงาน พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการและผลงานด้านการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลงานจากวัสดุเหลือใช้และวัสดุหมุนเวียน แนวคิด Glulam และ 3D Printing Concrete ตลอดจนผลงานสร้างสรรค์ของนักศึกษา และร่วมล่องเรือสู่ชุมชนหัวตะเข้ เพื่อเรียนรู้เส้นทางและบริบทชุมชนริมคลอง แลกเปลี่ยนแนวคิดการเชื่อมโยงพื้นที่ และสำรวจโอกาสด้านการเรียนรู้ การท่องเที่ยวชุมชน และการเดินทางทางน้ำอย่างยั่งยืน